<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Storage Savings Stories.</title>
	<atom:link href="http://stories.unseencorner.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://stories.unseencorner.com</link>
	<description>Storage Savings Story.</description>
	<lastBuildDate>Sun, 08 Jan 2012 03:50:04 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.2</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>การปอกผัก ผลไม้ : การปอกส้มโอ</title>
		<link>http://stories.unseencorner.com/2012/01/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%89-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%aa/</link>
		<comments>http://stories.unseencorner.com/2012/01/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%89-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%aa/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 08 Jan 2012 03:41:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ฌ.เฌอ</dc:creator>
				<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[แม่บ้านแม่เรือน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://stories.unseencorner.com/?p=451</guid>
		<description><![CDATA[
 
ส้มโอ
เป็นผลไม้ขนาดใหญ่เปลือกหนา มีกลิ้นน้ำมันหอมระเห้ย ก่อนจะปอกให้ล้างเสียก่อน อย่าคิดว่าเปลือกหนาแล้วจะทานได้อย่างปลอดภัย เพราะระหว่างปอกมือจะจับโดนเปลือกสกปรกอะไรบ้างก็ไม่รู้ อาจมีพยาธิตามพื้นดินติดไปด้วยก็ได้ แล้วมือนั้นก็ไปจับเนื้อในผล อย่างนี้มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นได้ ให้ล้างเสียก่อนจะได้ปลอดภัยจากเชื้อโรคต่าง ๆ ด้วย วิธีผ่าให้ใช้มีดสแตนเลสคม อย่าใช้มีดเหล็กจะทำให้ส้มโอมีสีดำ ปาดส่วนหัวของส้มโอ บางพันธุ์เปลือกหนามากน้อยต่างกัน หากกะไม่ถูกว่าเนื้อส้มโออยู่ตรงไหน ก็ค่อย ๆ ปาดจากครึ่งนิ้วก่อนก็ได้ จากนั้นเอามีดกรีดเปลือกจากบนลงล่างเป็นหกหรือแปดแนวรอบผล ระวังอย่าให้โดนเนื้อข้างใน ก่อนจะถึงเนื้อในมีเยื่อบางกั้นอยู่ ใช้มือสองข้างแกะเปลือกส้มโอออก แล้วลอกเนื้อเยื่อด้วยมีดแล้วฝ่าไปตรงกลางแกนกลางระหว่างกลีบ แกะแต่ละกลีบออกมาใช้มีดเฉือนเยื่อแข็งตรงกลีบส้มโอ แกะเมล็ดออกหมด วางเนื้อกลีบส้มโอเรียงเป็นแถว อย่าซ้อนกันเพราะเนื้อจะช้ำ &#8230;
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft size-full wp-image-456" title="somO" src="http://stories.unseencorner.com/wp-content/uploads/2012/01/somO1.jpg" alt="somO" width="204" height="135" /></p>
<p> </p>
<p><strong>ส้มโอ</strong></p>
<p>เป็นผลไม้ขนาดใหญ่เปลือกหนา มีกลิ้นน้ำมันหอมระเห้ย ก่อนจะปอกให้ล้างเสียก่อน อย่าคิดว่าเปลือกหนาแล้วจะทานได้อย่างปลอดภัย เพราะระหว่างปอกมือจะจับโดนเปลือกสกปรกอะไรบ้างก็ไม่รู้ อาจมีพยาธิตามพื้นดินติดไปด้วยก็ได้ แล้วมือนั้นก็ไปจับเนื้อในผล อย่างนี้มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นได้ ให้ล้างเสียก่อนจะได้ปลอดภัยจากเชื้อโรคต่าง ๆ ด้วย วิธีผ่าให้ใช้มีดสแตนเลสคม อย่าใช้มีดเหล็กจะทำให้ส้มโอมีสีดำ ปาดส่วนหัวของส้มโอ บางพันธุ์เปลือกหนามากน้อยต่างกัน หากกะไม่ถูกว่าเนื้อส้มโออยู่ตรงไหน ก็ค่อย ๆ ปาดจากครึ่งนิ้วก่อนก็ได้ จากนั้นเอามีดกรีดเปลือกจากบนลงล่างเป็นหกหรือแปดแนวรอบผล ระวังอย่าให้โดนเนื้อข้างใน ก่อนจะถึงเนื้อในมีเยื่อบางกั้นอยู่ ใช้มือสองข้างแกะเปลือกส้มโอออก แล้วลอกเนื้อเยื่อด้วยมีดแล้วฝ่าไปตรงกลางแกนกลางระหว่างกลีบ แกะแต่ละกลีบออกมาใช้มีดเฉือนเยื่อแข็งตรงกลีบส้มโอ แกะเมล็ดออกหมด วางเนื้อกลีบส้มโอเรียงเป็นแถว อย่าซ้อนกันเพราะเนื้อจะช้ำ &#8230;</p>
<p><a class="a2a_dd addtoany_share_save" href="http://www.addtoany.com/share_save"><img src="http://stories.unseencorner.com/wp-content/plugins/add-to-any/share_save_256_24.png" width="256" height="24" alt="Share/Bookmark"/></a> </p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://stories.unseencorner.com/2012/01/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%89-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%aa/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กระทะไฟฟ้า</title>
		<link>http://stories.unseencorner.com/2011/12/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://stories.unseencorner.com/2011/12/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 05 Dec 2011 11:52:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ฌ.เฌอ</dc:creator>
				<category><![CDATA[สาระน่ารู้]]></category>
		<category><![CDATA[แม่บ้านแม่เรือน]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องใช้ไฟฟ้า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://stories.unseencorner.com/?p=447</guid>
		<description><![CDATA[วิธีดูแลกระทะไฟฟ้า ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft size-full wp-image-449" title="fe18[1]" src="http://stories.unseencorner.com/wp-content/uploads/2011/12/fe181.gif" alt="fe18[1]" width="151" height="97" />กระทะไฟฟ้า สะดวกต่อการใช้มาก เพียงเสียบปลั๊กชั่วครู่ก็ร้อนใช้งานได้ มีอุปกรณ์น้อยชิ้นและสูญเสียความร้อนไปน้อยมาก เลือกใช้ขนาดที่พอเหมาะต่อปริมาณอาหาร มีแบบที่มีหรือไม่มีลังถึง และมีแบบเคลือบด้านนอกเตาซึ่งมีไฟที่จะแสดงว่ามีกระแสไฟเข้าหรือไม่ กระทะไฟฟ้าทำความสะอาดด้วยน้ำสบู่ แล้วเช็ดให้แห้ง ไม่ควรใช้สก็อตไบรท์เช็ดที่ส่วนใด ๆ ของกระทะ และการใช้ระวังการเดือดจนล้นกระทะ &#8230;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://stories.unseencorner.com/2011/12/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิธีทำโยเกิร์ต</title>
		<link>http://stories.unseencorner.com/2010/08/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%95/</link>
		<comments>http://stories.unseencorner.com/2010/08/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%95/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 10 Aug 2010 16:51:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ฌ.เฌอ</dc:creator>
				<category><![CDATA[Forward Mail]]></category>
		<category><![CDATA[สาระน่ารู้]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ประโยชน์]]></category>
		<category><![CDATA[เคล็ดลับ]]></category>
		<category><![CDATA[โยเกิร์ต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://stories.unseencorner.com/?p=443</guid>
		<description><![CDATA[เป็นวิธีสำหรับผู้ที่ต้องการผลิตโยเกิร์ตทานเองที่บ้าน มีวิธีการทำที่จะแนะนำดังนี้

ส่วนผสมสำหรับโยเกิร์ตประมาณ 500 ml.
           1. นมสดพาสเจอร์ไรส์ หรือนม UHT เป็นแบบธรรมดา หรือพร่องไขมันก็ได้ 425 g. หรือ 2 ถ้วยตวง
           2. นมผงแบบนมผงธรรมดาหรือนมผงขาดมันเนย 75 g. หรือ 5 ช้อนโต๊ะ
           3. โยเกิร์ตถ้วยรสธรรมชาติ 75 g. หรือครึ่งถ้วยโยเกิร์ต]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft size-medium wp-image-444" title="yogurt" src="http://stories.unseencorner.com/wp-content/uploads/2010/08/yogurt3-500x505.jpg" alt="yogurt" width="300" height="303" />เป็นวิธีสำหรับผู้ที่ต้องการผลิตโยเกิร์ตทานเองที่บ้าน มีวิธีการทำที่จะแนะนำดังนี้</p>
<p>ส่วนผสมสำหรับโยเกิร์ตประมาณ 500 ml.<br />
1. นมสดพาสเจอร์ไรส์ หรือนม UHT เป็นแบบธรรมดา หรือพร่องไขมันก็ได้ 425 g. หรือ 2 ถ้วยตวง<br />
2. นมผงแบบนมผงธรรมดาหรือนมผงขาดมันเนย 75 g. หรือ 5 ช้อนโต๊ะ<br />
3. โยเกิร์ตถ้วยรสธรรมชาติ 75 g. หรือครึ่งถ้วยโยเกิร์ต</p>
<p>วิธีการทำ<br />
1. ตุ๋นนมในหม้อตุ๋น หรือใช้หม้อสองใบซ้อนกัน ใบนอกใส่น้ำต้มให้น้ำเดือดและใบในใส่นม (เพื่อไม่ให้นมไหม้)<br />
2. พอนมเริ่มอุ่น ละลายนมผงลงในน้ำนม<br />
3. ให้ความร้อนกับน้ำนมที่อุณหภูมิ 95C เป็นเวลา 5 นาที ถ้าไม่มีที่สัดอุณหภูมิให้ดูลักษณะของน้ำนมที่ร้อนจนคล้ายนมใกล้เดือดแล้ว จับเวลา<br />
4. ยกลง ลดความร้อนของน้ำนมลงโดยใช้น้ำเย็นไหลผ่านด้านนอกของภาชนะที่ใช้ต้มนม หรือแช่ในน้ำแข็ง จนอุณหภูมิของนมอยู่ที่ประมาณ 45C หรืออุ่นพอที่จะทนได้เมื่อทดสอบโดยการหยดนมลงบนหลังมือ<br />
5. เติมโยเกิร์ตรสธรรมชาติลงไปในน้ำนม คนเบา ๆ ให้เข้ากัน<br />
6. ปิดฝา บ่มทิ้งไว้ที่อุณหภูมิ 43C เป็นเวลา 4-6 ชั่วโมง ถ้าไม่มีตู้บ่มสามารถใช้กล่องโฟมหรือกล่องที่สามารถเก็บความร้อนได้ใส่น้ำนม นั้นและบ่มเป็นเวลาประมาณ 6-8 ชั่วโมง หรือบ่มไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 8-10 ชั่วโมง จนกว่าจะได้เนื้อโยเกิร์ตที่เปรี้ยมตามที่ต้องการ</p>
<p>ที่มา : โดย อาจารย์ พรหล้า ขาวเธียร<br />
ภาควิชาเทคโนโลยีอุตสาหกรรมเกษตร<br />
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ</p>
<p>เคล็ดลับการทำโยเกิร์ต</p>
<p>หลาย ๆ คนทำโยเกิร์ตเองแล้วพบว่าเนื้อโยเกิร์ตเหลว ไม่หอมอร่อยเหมือนที่เขาขายกัน ซึ่งสาเหตุและวิธีการป้องกันเรียงตามขั้นตอนการผลิตมีดังนี้</p>
<p>1. การต้มน้ำนม<br />
1.1 ต้องไม่ต้มให้นมเดือด ใช้อุณหภูมิสูงสุดเพียง 95C ถ้าต้มจนน้ำนมเดือด จะมีนมบางส่วนที่ไหม้และทำให้เกิดกลิ่นนมไหม้ (cooked flavor) ทำให้โยเกิร์ตไม่หอมและมีกลิ่นที่ไม่เป็นที่ต้องการ แต่ถ้าต้มนม<br />
1.2 ถ้าให้ความร้อนกับนมไม่เพียงพอและไม่นานพอ (ไม่ถึง 90-95C เป็นเวลา 5 นาที) เนื้อโยเกิร์ตที่ได้จะเหลว มีน้ำใส ๆ แยกออกมา (wheying off) เนื่องจากการให้ความร้อนนี้จะช่วยให้ Whey Protein ที่มีอยู่ในน้ำนมถูกทำลาย ซึ่งมันจะคลายเกลียวและสร้างโครงสร้างที่เป็นเจลหุ้มน้ำ ทำหน้าที่เหมือนเป็นสารให้ความคงตัวตามธรรมชาติ ทำให้โยเกิร์ตเนื้อเนียนไม่มีน้ำแยกออกมา นอกจากนี้การให้ความร้อนยังช่วยไล่อากาศในน้ำนม เกิดสภาวะที่เหมาะสมกับการเจริญของจุลินทรย์โยเกิร์ต และช่วยฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อโรคและจุลินทรีย์ในน้ำนมที่จะมาเจริญแข็ง กับจุลินทรีย์โยเกิร์ตด้วย</p>
<p>2. ขั้นตอนการเติมเชื้อโยเกิร์ต<br />
2.1 เลือกใช้โยเกิร์ตรสธรรมชาติ ยี่ห้อที่ใช้แล้วพบว่าได้โยเกิร์ตเนื้อดีกว่าเพื่อนคือยี่ห้อโฟร์โมสต์ (ไม่ได้โฆษณานะคะ) ถ้าต้องการเชื้อโปรไบโอติกด้วยก็เลือกใช้ยี่ห้อที่มีส่วนผสมของเชื้อโปรไบโอ ติกด้วยก็ได้<br />
2.2 เชื้อจุลินทรีย์เป็นสิ่งมีชีวิต ดังนั้นถ้าให้เวลาเชื้อปรับตัวจะทำให้ได้โยเกิร์ตไวขึ้น เราทำให้เชื้อปรับตัวได้โดยเอาโยเกิร์ตที่ซื้อมาเป็นหัวเชื้อมาทำโยเกิร์ต ก่อน 1 ครั้งแล้วเอาโยเกิร์ตที่เราทำครั้งแรกมาใช้เป็นหัวเชื้อทันทีโดยไม่แช่เย็น เก็บไว้ หรือเอาหัวเชื้อโยเกิร์ตที่เราซื้อมามาวางไว้ที่อุณหภูมิห้องหรือในน้ำอุ่น เป็นเวลา 3-4 ชั่วโมงก่อนนำมาเติมในน้ำนมก็จะช่วยได้เช่นกัน</p>
<p>3. ระหว่างการบ่ม<br />
3.1 อุณหภูมิและเวลา ถ้าเราบ่มที่อุณหภูมิต่ำเช่นอุณหภูมิห้อง ก็ต้องใช้เวลานานกว่าการบ่มที่อุณหภูมิสูง<br />
3.2 ระหว่างการบ่มอย่าไปขยับ เขย่า คน หรือเอียงถ้วยดู เพราะระหว่างการเกิด curd ของโยเกิร์ต ถ้าได้รับการกระทบกระเทือน โครงสร้างเจลจะถูกทำลาย และมีน้ำใสแยกออกมา เนื้อโยเกิร์ตจะไม่แข็ง ถ้าต้องการทดสอบดูว่าโยเกิร์ตแข็งพอแล้วหรือเปรี้ยวพอแล้วหรือไม่ ให้ทดสอบช่วงที่ใกล้จะบ่มเสร็จ เช่นถ้าบ่มที่อุณหภูมิ 43C ก็เช็คดูประมาณชั่วโมงที่ 4 ถ้าบ่มที่อุณหภูมิห้องก็เช็คดูที่ชั่วโมงที่ 8 เป็นต้น</p>
<p>4. อื่น ๆ<br />
4.1 ในสูตรที่ให้ เป็นสูตรที่ให้เติมนมผงลงไปในน้ำนมอีก เพื่อให้ได้นมที่มีความข้นสูง จะได้โยเกิร์ตที่มีเนื้อแน่นและหนักกว่า แต่โดยปกติน้ำนมธรรมดาก็สามารถนำมาผลิตโยเกิร์ตได้โดยไม่ต้องเติมนมผง<br />
4.2 ถ้าเน้นที่ความอร่อย แนะนำให้ใช้นมที่มีไขมันธรรมดา หรือถ้าไม่กลัวอ้วนจะเติมครีมลงไปอีกนิดหน่อยก็ได้ ถ้าโยเกิร์ตมีไขมันมากจะมีเนื้อเนียนลื่นคอ และหอมอร่อยเป็นพิเศษ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://stories.unseencorner.com/2010/08/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%95/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Driver audio:&#8221;The HDA Audio bus drivers is required and not found&#8221;</title>
		<link>http://stories.unseencorner.com/2010/07/driver-audiothe-hda-audio-bus-drivers-is-required-and-not-found/</link>
		<comments>http://stories.unseencorner.com/2010/07/driver-audiothe-hda-audio-bus-drivers-is-required-and-not-found/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 30 Jul 2010 05:02:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ฌ.เฌอ</dc:creator>
				<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[สาระน่ารู้]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[computer]]></category>
		<category><![CDATA[Technology]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโลโลยี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://stories.unseencorner.com/?p=431</guid>
		<description><![CDATA[ตอน install driver จะแสดงข้อความนี้ "The HDA Audio bus drivers is required and not found"]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เล่าสู่กันฟัง&#8230;.</strong></p>
<p>&#8230;&#8230;เมื่อคืนเจอปัญหาไม่สามารถลง Driver audio ได้ คิดว่าสาเหตุน่าจะเกิดจาก windows XP เจ้ากรรม T_T</p>
<p>ตอน install driver จะแสดงข้อความนี้ &#8220;The HDA Audio bus drivers is required and not found&#8221;</p>
<p>ของเราเป็นเครื่อง hp probook 4410s สำหรับรุ่นนี้จะให้ลง SoundMAX ซึ่งมันจะ request หา HDA Audio<br />
เราจึงต้องไปหา HDA Audio มาให้มันรู้จัก โดย HDA Audio จะต้องลง kb888111xpsp2.exe</p>
<p>สามารถแก้ปัญหาดังกล่าวได้ด้วยวิธีนี้</p>
<p>0))) Download kb888111xpsp2.exe</p>
<p>(Download จาก http://download.cnet.com/kb888111xpsp2-exe/3640-2110_4-491932.html)</p>
<p>1))) ไปที่ start -&gt; run -&gt; พิมพ์ Regedit</p>
<p><img class="alignleft size-full wp-image-432" title="0_" src="http://stories.unseencorner.com/wp-content/uploads/2010/07/0_1.JPG" alt="0_" width="358" height="229" /></p>
<p>
2))) ไปที่ HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\Windows\CSDVersion<br />
ไปแก้ให้เป็น 300 ก่อนนะ แล้ว restart</p>
<p>แล้วมาแก้ใหม่ให้เป็น 200 เพื่อหลอกเครื่องว่ามันเป็น windows XP2 เพื่อจะได้ลงตัว kb888111xpsp2.exe ได้อย่างไม่มีปัญหา</p>
<p><img class="alignleft size-full wp-image-433" title="2_" src="http://stories.unseencorner.com/wp-content/uploads/2010/07/2_2.JPG" alt="2_" width="849" height="389" /></p>
<p><img class="alignleft size-full wp-image-434" title="3_" src="http://stories.unseencorner.com/wp-content/uploads/2010/07/3_.JPG" alt="3_" width="994" height="408" /><br />
============<br />
200=XP Service Pack 2<br />
300=XP Service Pack 3<br />
============</p>
<p>3))) install kb888111xpsp2.exe</p>
<p>4))) ทำการ install audio driver ของเครื่อง HP ได้ตามปกติ (ไดร์เวอร์ที่มากับเครื่อง)</p>
<p>เครดิต : http://www.beartai.com/webboard/index.php?action=printpage;topic=72217.0</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://stories.unseencorner.com/2010/07/driver-audiothe-hda-audio-bus-drivers-is-required-and-not-found/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สุขภาพ : อาบน้ำให้ผิวสวย</title>
		<link>http://stories.unseencorner.com/2010/05/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://stories.unseencorner.com/2010/05/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 13 May 2010 15:08:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ฌ.เฌอ</dc:creator>
				<category><![CDATA[สาระน่ารู้]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ไร้สาระ]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ประโยชน์]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้หญิง]]></category>
		<category><![CDATA[ร่างกาย]]></category>
		<category><![CDATA[โรค]]></category>
		<category><![CDATA[โลกร้อน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://stories.unseencorner.com/?p=378</guid>
		<description><![CDATA[สุขภาพ : อาบน้ำอย่างไรให้ผิวสวย]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h1><span style="color: #003300;">สุขภาพ : อาบน้ำอย่างไรให้ผิวสวย</span></h1>
<p><span style="color: #003300;"><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-379" title="S" src="http://stories.unseencorner.com/wp-content/uploads/2010/05/S-150x150.jpg" alt="S" width="150" height="150" /></span></p>
<h2><span style="color: #003300;">เนื่องด้วยสภาวะอากาศปัจจุบัน ร้อนอบอ้าวเป็นอย่างยิ่ง เราๆท่านๆ จึงจำเป็นต้องอาบน้ำกันบ่อยขึ้น รู้ไหมว่าการอาบน้ำก็ทำให้ผิวสวยได้เหมือนกัน</span></h2>
<p></p>
<h2><span style="color: #003300;">ระหว่างอาบน้ำชำระร่างกายควรหาผ้าขนหนูนุ่มๆ ผืนเล็ก ๆ หรือฟองน้ำ หรือใยบวบ มาขัดถูให้ทั่วๆ ร่างกาย เพื่อขจัดสิ่งสกปรกบนผิวหนังให้ได้อย่างหมดจด</span></h2>
<p></p>
<h2><span style="color: #003300;">การกระตุ้นผิวหนังระหว่างการอาบน้ำก็เหมือนนวดผิว ทำให้ผิวคุณได้รับการดูแล  ผิวจะสวยนุ่ม หลอดเลือดใต้ผิวหนังขยายตัวได้ดี ระบบไหลเวียนของเลือดก็เป็นไปอย่างสะดวกดีอีกด้วย</span></h2>
<p>
[ฌ.เฌอ]</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://stories.unseencorner.com/2010/05/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สุขภาพ : ประโยชน์ของมะเขือเทศ</title>
		<link>http://stories.unseencorner.com/2010/05/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%82/</link>
		<comments>http://stories.unseencorner.com/2010/05/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%82/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 13 May 2010 14:46:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ฌ.เฌอ</dc:creator>
				<category><![CDATA[สาระน่ารู้]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ประโยชน์]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้หญิง]]></category>
		<category><![CDATA[เคล็ดลับ]]></category>
		<category><![CDATA[แก่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://stories.unseencorner.com/?p=368</guid>
		<description><![CDATA[มะเขือเทศฝานบางๆ มีประโยชน์มากมาย...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h1><span style="color: #003300;">สุขภาพ : มะเขือเทศอาหารวิเศษเพื่อสุขภาพ</span></h1>
<h2><span style="color: #003300;">มะเขือเทศฝานบางๆ สีแดงอมส้มสดใสน่ากินกันมักกลายเป็นเครื่องประดับอาหารจานอร่อยหลายรายการ เป็นต้นว่าข้าวผัด ยำต่างๆ ของทอด ของว่างต่างๆ โดยบางท่านไม่แตะต้องมันเลยสักชิ้น</span></h2>
<p>
<img class="alignleft size-thumbnail wp-image-369" title="T" src="http://stories.unseencorner.com/wp-content/uploads/2010/05/T-150x150.jpg" alt="T" width="150" height="150" /></p>
<h2><span style="color: #003300;">แต่คุณรู้ไหมว่าถ้าคุณรับประทานมะเขือเทศเพียงวันละ 1-2 ผลเท่านั้น</span></h2>
<p></p>
<h2><span style="color: #003300;">จะให้ประโยชน์ต่อร่างกายของคุณมากมายมหาศาลเพียงใด</span></h2>
<p></p>
<h2><span style="color: #003300;">ต้านโรคความดันโลหิตสูง บำรุงดวงตา บำรุงสายตา บำบัดอาการปัสสาวะขัด บำรุงเหงือกและฟัน ป้องกันหลอดเลือดแข็งตัวเยียวยาโรคเลือดออกตามไรฟัน ต้านโรคภัยไข้เจ็บ คุ้มกันไม่ให้เป็นหวัดง่าย แก้ท้องผูก บำรุงผิวพรรณ</span></h2>
<p></p>
<h2><span style="color: #003300;">ทั้งหมดที่กล่าวมา ถ้าคุณรับประทานมะเขือเทศเป็นประจำสม่ำเสมอ วันละ 1-2 ผลทุกวัน สุขภาพของคุณก็จะสดชื่นแข็งแรงและได้ประโยชน์จากสรรพคุณอันแสนวิเศษของมะเขือเทศทั้งหมดนั้นแน่นอน</span></h2>
<p></p>
<h2>[ฌ.เฌอ]</h2>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://stories.unseencorner.com/2010/05/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%82/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สุขภาพ : อาหารของสาวผิวแห้ง</title>
		<link>http://stories.unseencorner.com/2010/05/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ad/</link>
		<comments>http://stories.unseencorner.com/2010/05/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ad/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 13 May 2010 14:26:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ฌ.เฌอ</dc:creator>
				<category><![CDATA[สาระน่ารู้]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ประโยชน์]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้หญิง]]></category>
		<category><![CDATA[วิตามิน]]></category>
		<category><![CDATA[เคล็ดลับ]]></category>
		<category><![CDATA[แก่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://stories.unseencorner.com/?p=357</guid>
		<description><![CDATA[ใส่ใจกับอาหารที่อุดมด้วยวิตามินบี ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h1><span style="color: #003300;">สุขภาพ : ผิวแห้งต้องกินอาหารเพื่อผิวโดยเฉพาะ</span></h1>
<h2><span style="color: #003300;"><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-358" title="C" src="http://stories.unseencorner.com/wp-content/uploads/2010/05/C-150x150.jpg" alt="C" width="150" height="150" /></span></h2>
<h2><span style="color: #003300;"><br />
ในฤดูหนาวผิวพรรณของคุณจะแตกแห้ง ไร้ความชุ่มชื้นมีน้ำมีนวล แม้ว่าจะไม่ใช่ฤดูที่มีอากาศเย็นบางท่านก็มีปัญหากับผิวอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นด้วยเหตุผลของการทำงานอยู่ในสถานที่ที่เปิดเครื่องปรับอากาศตลอดเวลาหรือผิวพรรณกร้านเกรียมเพราะตากแดดมาก ๆ ก็ตาม<br />
</span></h2>
<p></p>
<h2><span style="color: #003300;">เมื่อคุณรู้สึกว่าสภาพผิวเริ่มมีความแห้งตึง กร้านหยาบไม่เปล่งปลั่งผุดผ่อง ก็ควรใส่ใจกับอาหารที่อุดมด้วยวิตามินบี เช่น ถั่วเมล็ดแห้งต่างๆ ถั่วลันเตา ถั่วฝักยาว ถั่วแขก ตับสัตว์ ไข่ เนย นมสด ยีสต์ ฝรั่ง มะละกอ ข้าวโพด ยอดผักต่างๆ เป็นต้น</span></p>
<p>[ฌ.เฌอ]</h2>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://stories.unseencorner.com/2010/05/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สุขภาพ : เป็นหนุ่ม เป็นสาวเสมอด้วยวิตามินอี(Vitamin E)</title>
		<link>http://stories.unseencorner.com/2010/05/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://stories.unseencorner.com/2010/05/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 13 May 2010 14:05:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ฌ.เฌอ</dc:creator>
				<category><![CDATA[สาระน่ารู้]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[บำรุงผิวพรรณ]]></category>
		<category><![CDATA[ประโยชน์]]></category>
		<category><![CDATA[ผลไม้]]></category>
		<category><![CDATA[ผัก]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้หญิง]]></category>
		<category><![CDATA[วิตามิน]]></category>
		<category><![CDATA[เคล็ดลับ]]></category>
		<category><![CDATA[แก่]]></category>
		<category><![CDATA[แม่บ้าน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://stories.unseencorner.com/?p=347</guid>
		<description><![CDATA[วิตามินอีมีบทบาทหน้าที่สำคัญๆ ต่อร่างกายหลายประการ ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h1><span style="color: #003300;">เป็นหนุ่ม เป็นสาวเสมอด้วยวิตามินอี(Vitamin E)</span></h1>
<p><span style="color: #003300;"><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-349" title="E" src="http://stories.unseencorner.com/wp-content/uploads/2010/05/E1-150x150.jpg" alt="E" width="150" height="150" /></span></p>
<h2><span style="color: #003300;">วิตามินอีมีบทบาทหน้าที่สำคัญๆ ต่อร่างกายหลายประการโดยเฉพาะการซ่อมแซมเซลล์ที่สึกหรอและต้านการทำปฎิกิริยาของออกซิเจนกับไขมันในร่างกายนั้นเป็นจุดเด่นที่ทำให้เซลล์ต่างๆ เสื่อมสภาพได้ช้าลง</span></h2>
<h2><span style="color: #003300;">ดังนั้นอาหารที่เปี่ยมไปด้วยวิตามินอีจึงเสมือนช่วยชะลอความชรา ทำให้ดูเป็นหนุ่มเป็นสาว ดูอ่อนเยาว์ได้ยาวนาน</span></h2>
<p></p>
<h2><span style="color: #003300;">อาหารวิตามินอีที่ควรรับประทานเป็นประจำสม่ำเสมอ ได้แก่ ไข่แดง ปลาไหล ฟังทอง แครอต เนย สาหร่าย เป็นต้น</span></h2>
<p>
[ฌ.เฌอ]</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://stories.unseencorner.com/2010/05/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สุขภาพ : ร้อนนักต้องฟักเขียว</title>
		<link>http://stories.unseencorner.com/2010/05/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80/</link>
		<comments>http://stories.unseencorner.com/2010/05/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 13 May 2010 13:41:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ฌ.เฌอ</dc:creator>
				<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ครอบครัว]]></category>
		<category><![CDATA[งานครัว]]></category>
		<category><![CDATA[บำรุงผิวพรรณ]]></category>
		<category><![CDATA[ประโยชน์]]></category>
		<category><![CDATA[วิตามิน]]></category>
		<category><![CDATA[สัจจธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เคล็ดลับ]]></category>
		<category><![CDATA[แก่]]></category>
		<category><![CDATA[แม่บ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[โลกร้อน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://stories.unseencorner.com/?p=335</guid>
		<description><![CDATA[ร้อนนักต้องฟักเขียว]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h1><span style="color: #003300;">ร้อนนักต้องฟักเขียว</span></h1>
<p><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-336" title="F" src="http://stories.unseencorner.com/wp-content/uploads/2010/05/F-150x150.jpg" alt="F" width="150" height="150" /></p>
<h2><span style="color: #003300;">คุณสามารถดับร้อนได้ด้วยการรับประทานฟักเขียวจะนำมาต้มจืด ตุ๋น หรือผัด ก็แล้วแต่ความพอใจ</p>
<p></span></h2>
<h2><span style="color: #003300;">ฟักเขียวมีคุณสมบัติค่อนข้างเย็น เมื่อรับประทานแล้วหายจากอาการร้อนใน เพราะฟักเขียวจะช่วยดับความกระหาย ช่วยให้คอชุ่มชื่น ระบายความร้อน แก้ท้องผูก ลดอาการบวมน้ำ</span></h2>
<p> </p>
<h2><span style="color: #003300;">ปัจจุบันอากาศร้อนอบอ้าว ถ้าคุณรับประทานฟักเขียวอย่างสม่ำเสมอคุณจะไม่ค่อยเป็นแผลในปาก และไม่ต้องเลียริมฝีปากบ่อย ๆ เมื่อปากแห้ง[ by ฌ.เฌอ]</span></h2>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://stories.unseencorner.com/2010/05/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ประวัติวันวาเลนไทน์</title>
		<link>http://stories.unseencorner.com/2010/02/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b9%8c/</link>
		<comments>http://stories.unseencorner.com/2010/02/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b9%8c/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 10 Feb 2010 17:36:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ฌ.เฌอ</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรัก]]></category>
		<category><![CDATA[รัก]]></category>
		<category><![CDATA[สัจจธรรม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://stories.unseencorner.com/?p=331</guid>
		<description><![CDATA[14 กุมภา วาเลนไทน์ ของทุกปีก็เป็นวันที่หลายคนรอคอย หรือเป็นวันที่มีความหมายวันหนึ่งสำหรับคู่รักทั่วโลก ประวัติวันวาเลนไทน์ วันวาเลนไทน์ มีประวัติอย่างไร มาดูกัน]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2>ประวัติวันวาเลนไทน์</h2>
<p>14 กุมภา วาเลนไทน์ ของทุกปีก็เป็นวันที่หลายคนรอคอย หรือเป็นวันที่มีความหมายวันหนึ่งสำหรับคู่รักทั่วโลก ประวัติวันวาเลนไทน์ วันวาเลนไทน์ มีประวัติอย่างไร มาดูกัน</p>
<p><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-332" title="วันวาเลนไทน์" src="http://stories.unseencorner.com/wp-content/uploads/2010/02/open_your_heart_to_love_1-150x150.jpg" alt="วันวาเลนไทน์" width="150" height="150" />วันนักบุญวาเลนไทน์ (Saint Valentine&#8217;s Day) หรือที่เป็นที่รู้จักว่า วันวาเลนไทน์ (Valentine&#8217;s Day) ตรงกับวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ของทุกปี เป็นวันประเพณีที่คู่รักบอกให้กันและกันทราบเกี่ยวกับความรักของพวกเขา โดยการส่งการ์ดวาเลนไทน์ ซึ่งโดยมากจะไม่ระบุชื่อ วันนี้เริ่มเกี่ยวข้องกับความรักแบบชู้สาวในช่วงยุค High Middle Ages เรื่องของ วันวาเลนไทน์ นี้ มีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 3 ณ กรุงโรม หรืออาณาจักรโรมัน ในยุคของจักรพรรดิคลอดิอุสที่สอง (Claudius II) โดยที่จักรพรรดิพระองค์นี้ มีนิสัยชอบกดขี่ข่มเหงผู้อื่น เขาได้สั่งให้ชาวโรมันทุกคน สักการะนับถือพระเจ้า 12 องค์ โดยผู้ที่ขัดขืนคำสั่งจะถูกทำโทษ รวมทั้งห้ามยุ่งเกี่ยวกับพวกคริสเตียนด้วย แต่นักบุณวาเลนตินุส (Valentinus) &#8211; valentine มีความเลื่อมใส ศรัทธาต่อพระคริสมาก เขาได้กล่าวไว้ว่า แม้กระทั่งความตายก็ไม่สามารถ เปลี่ยนความคิดของเขาได้ เขาจึงได้ถูกขังคุก</p>
<p>ช่วงอาทิตย์สุดท้ายในชีวิตของเขานั้น<br />
ได้มีสิ่งแปลกประหลาดเกิดขึ้น ขณะที่เขาถูกคุมขังอยู่นั้น ผู้คุมขังได้ขอให้วาเลนตินุส สอนลูกสาวเขาซึ่งตาบอดด้วย จูเลียเป็นคนสวยแต่น่าเสียดายที่เธอตาบอดตั้งแต่แรกเกิด วาเลนตินุสได้เล่าเรื่องประวัติศาสตร์ต่าง ๆ สอนเลข และเล่าเรื่องพระเจ้าให้เธอฟัง จูเลีย สามารถรับรู้สิ่งต่าง ๆ ในโลกนี้ได้ โดยคำบอกเล่าของ วาเลนตินุส เธอเชื่อใจเขาและเธอมีความสุขมากเมื่ออยู่กับเขา</p>
<p>วันหนึ่งจูเลียถามวาเลนตินุสว่า<br />
“ถ้าเราอธิษฐาน พระผู้เป็นเจ้าจะได้ยินเราไหม” เขาตอบ “พระองค์เจ้า จะได้ยินเราแน่นอน ท่านได้ยินเราทุกคน” จูเลียกล่าว “ท่านทราบหรือไม่ว่า ข้าอธิษฐานขออะไรทุก ๆ เช้า ทุก ๆ เย็น&#8230;.ข้าหวังว่า ข้าจะได้มองเห็นโลก เห็น ทุก ๆ อย่างที่ท่านเล่าให้ข้าฟัง” วาเลนตินุสจึงบอก “พระเจ้ามอบแต่สิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ทุกคน เพียงแค่เรามีความเชื่อมั่นในพระองค์ท่าน เท่านั้นเอง”</p>
<p>จูเลีย ผู้ซึ่งมีความเชื่อมั่นในพระผู้เป็นเจ้า<br />
จึงได้คุกเข่า กุมมือ อธิษฐานพร้อมกับวาเลนตินุส และในขณะนั้นเอง ก็ได้มีแสงสว่างลอดเข้ามาในคุก และสิ่งมหัศจรรย์ก็ได้เกิดขึ้น จูเลียค่อย ๆ ลืมตา พระเจ้า&#8230;..เธอมองเห็นแล้ว!!!!! เขาและเธอจึงกล่าวขอบคุณต่อพระเจ้า และเรื่องมหัศจรรย์เรื่องนี้ ได้แพร่หลายไปทั่วราชอาณาจักร</p>
<p>ในคืนก่อนที่วาเลนตินุสจะสิ้นชีวิต โดยการถูกตัดศีรษะ<br />
เขาได้ส่งจดหมายฉบับสุดท้ายถึงจูเลีย โดยลงท้ายว่า &#8211; From Your Valentine &#8211; เข้าสิ้นชีพในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 270 หลังจากนั้น ศพของเขาได้ถูกเก็บไว้ที่โบสถ์พราซีเดส (Praxedes) ณ กรุงโรม จูเลียได้ปลูกต้นอามันต์ หรืออัลมอลต์สีชมพู ไว้ใกล้หลุมศพของวาเลนตินุส แต่ผู้เป็นที่รักของเธอ โดยในทุกวันนี้ ต้นอามันต์สีชมพูได้เป็นตัวแทนแห่งรักนิรันดร์และมิตรภาพอันสวยงาม</p>
<p>ประวัติ วันวาเลนไทน์ นี้เป็นเรื่องเล่าต่อๆกันมาจนถึงปัจจุบัน<br />
เท่าที่ค้นหามาได้นี้เป็นเพียงหนึ่งในหลาย ๆ เรื่องเท่านั้น ไม่ว่าประวัติที่แท้จริงจะเป็นอย่างไรก็ตาม แต่ในปัจจุบันนี้ เราได้ถือว่า วันวาเลนไทน์ เป็นวันสำคัญวันหนึ่งในประวัติศาสตร์เลยทีเดียว คุณสามารถส่งดอกไม้ ขนมและการ์ด เพื่อบอกความนัยในแก่คนที่พิเศษของคุณ วาเลนไทน์ นี้จะเป็นวันที่เราส่งความรู้สึกดี ๆ ให้แก่กัน สำหรับคู่รักทั่วโลก</p>
<h2>นักบุญวาเลนไทน์</h2>
<p>นักบุญวาเลนไทน์นักบุญวาเลนไทน์ ทำให้จักรพรรดิที่โรมเกิดความสำนึก และผู้พิพากษาได้กลับใจมาเป็นคาทอลิกเพราะท่านนักบุญทำให้บุตรสาวของเขาหาย จากตาบอด วาเลนไทน์ บวชเป็นพระสงฆ์ที่กรุงโรมและได้เป็นพระสังฆราชในเวลาต่อมา ท่านได้ถูกจับโดยคำสั่งของจักรพรรดิโกลดิโอที่ 2 เพราะท่านขึ้นชื่อลือเด่นในทางบำเพ็ญฤทธิ์กุศลหลายประการขั้นแรกจักรพรรดิ ทรงซักถามวาเลนไทน์ด้วยความมักรู้มักเห็น แต่ต่อมาทรงรู้สึกสนพระทัยในคำสอนของคริสตัง ที่สุดพระองค์ตรัสว่า : “คำสอนของบุรุษผู้นี้ฟังแล้วจับใจจริง ๆ “ แต่ในขณะที่พระองค์ทรงเริ่มมีความเชื่อ ท่านผู้ว่าราชการกรุงโรมก็จัดให้ผู้พิพากษานายหนึ่งเข้ามาซักถามท่านวาเลน ไทน์ ผู้พิพากษาคนนี้เยาะเย้ยท่านในเรื่องที่คริสตังชอบกล่าวว่า “พระคริสต์ทรงเป็นองค์ความสว่างของโลก” ลูกสาวของผู้ พิพากษาคนนี้ตาบอด วาเลนไทน์ได้ทำอัศจรรย์ให้หาย อัสเตริอุส ผู้พิพากษาจึงกลับใจเชื่อถึงพระเยซูคริสตเจ้า เมื่อเห็นดังนั้น ท่านผู้ว่าราชการเกิดความอิจฉา และต้องการกำจัดท่านวาเลนไทน์ จึงจับท่านวาเลนไทน์ไปขังไว้ในคุกมืด แล้วใช้ไม้เป็นปุ่มเป็นตาเฆี่ยนท่านอย่างสาหัส ที่สุดนำท่านไปตัดศีรษะ นักบุญวาเลนไทน์ เป็นองค์อุปถัมภ์ของชาวเมืองตารัสก็อง (ภาคใต้ของฝรั่งเศส)</p>
<h2>คิวปิด (Cupid)</h2>
<p>สัญลักษณ์หนึ่งของวันวาเลนไทน์ คนทั่วไปรู้จักคิวปิด &#8211; Cupid ในภาพของเด็กน่ารักที่มีปีก มือถือคันธนูกับลูกศรและมีชื่อเสียงในเรื่องการยิงศรรักปักหัวใจของใครต่อ ใคร ศรรักของคิวปิด หมายถึงความปรารถนาและอารมณ์แห่งความรัก คิวปิด จะเล็งลูกศรไปที่พระเจ้าและมนุษย์เพื่อทำให้พระเจ้ากับมนุษย์รักกัน คิวปิดมักจะมีบทบาทในการเฉลิมฉลองความรัก ในกรีกโบราณ &#8220;คิวปิด&#8221; เป็นที่รู้จักกันในชื่อว่า เอโรส ลูกชาย แอฟโพไดท์ เทพธิดาแห่งความรักและความสวยงามแต่สำหรับพวกโรมัน เขาคือ คิวปิด และแม่ของเขาคือ วีนัส มีเรื่องน่าสนใจพอสมควรเกี่ยวกับคิวปิด และ ไซคี เจ้าสาวของเขาในเทพนิยายโรมัน ผมขอแนะนำผู้อ่านให้รู้จักคู่รักของคิวปิด สักนิดนะครับว่าเธอเป็นเทพธิดารูปงามในนิยายกรีกโบราณมีปีกเป็นผีเสื้อ และเพราะความงามนี้เองที่ทำให้ วีนัส อิจฉา นางจึงได้สั่ง คิวปิด ให้ลงโทษว่าที่ลูกสะใภ้เสีย แต่ คิวปิด ตกหลุมรักเธอเกินกว่าที่จะทำตามความต้องการของแม่ ดังนั้น แทนที่จะลงโทษเธอ คิวปิด กลับเอาเธอเป็นภรรยาเสียเลย แต่เนื่องจาก ไซคี มิได้เป็นอมตะ เธอจึงถูกห้ามมิให้มองเขา (ตรงนี้ผมไม่ทร าบเหมือนกันนะครับว่าเป็นไปได้อย่างไรที่ได้เธอเป็นภรรยาแล้วภรรยามองไม่ได้ แต่อย่าไปคิดอะไรมากนะครับ เพราะเทพนิยายฝรั่งก็ไม่แตกต่างอะไรไปจากละครน้ำเน่าบ้านเรา) หลังจากตกเป็นภรรยาของคิวปิด แล้ว ไซคี ก็มีความสุขเรื่อยมา (ก็แหงละ) จนกระทั่งพี่สาวของเธอได้รบเร้าให้เธอมองคิวปิด ทันทีที่เธอมองคิวปิด คิวปิดก็ลงโทษเธอด้วยการทิ้งเธอไปทันที พร้อมกันนั้นปราสาทและสวนอันสวยงามของเธอก็ต้องมลายหายไปด้วย หลังจากนั้นไซคี ก็พบว่าตัวเองอยู่ตามลำพังในทุ่งโล่งแห่งหนึ่งซึ่งไม่มีร่องรอยของสิ่งมี ชีวิตอื่นๆหรือ คิวปิด ปรากฏให้เห็นเลย ในขณะที่เธอออกเดินทางค้นหาคนรักของเธอนั้น เธอก็มาถึงวิหารของ วีนัส โดยบังเอิญ เมื่อ วีนัส เทพธิดาแห่งความรักพบว่า ไซคี ยังมีชีวิตอยู่ เธอก็ปราถนาที่จะ ทำลาย ไซคี ด้วยการให้งานที่หนักและอันตรายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ งานสุดท้ายที่ ไซคี ได้รับมิใช่งานขับเครื่องบินชนตึกเวิร์ลเทรดครับ หากแต่เธอได้รับกล่องใบหนึ่งมาและได้ถูกสั่งให้ลงไปยังใต้โลกเพื่อเอา ความงามของ โพรเซอร์พีน ภรรยาของ พลูโต ใส่กล่องใบนี้มา ในระหว่างที่เธอเดินทางอยู่นั้น เธอก็ได้รับคำแนะนำให้รู้จักการหลีกเลี่ยงอันตรายจากอาณาจักรแห่งความตาย นอกจากนั้นแล้ว เธอยังได้ถูกเตือนมิให้เปิดกล่องใบนั้นอีกด้วย แต่เพราะทนไม่ไหวหรือเพราะความอยากรู้อยากเห็นหรืออะไรก็ไม่ทราบ เธอได้เปิดกล่องใบนั้น แต่แทนที่จะพบกับความงาม เธอกลับต้องหลับเป็นตาย ต่อมา คิวปิด ได้มาพบร่างอันไร้ชีวิตของเธอบนพื้นดิน เขาจึงได้นำเอาอาการหลับเป็นตายออกจากร่างของเธอและนำมันไปเก็บไว้ในกล่อง หลังจากนั้นคิวปิด ก็ได้ให้อภัยเธอเช่นเดียวกับ วีนัส เมื่อเทพเจ้าทั้งหลายเห็นความรักที่เธอมีต่อคิวปิด จึงได้ตั้งให้เธอเป็นเทพธิดาองค์หนึ่ง ปัจจุบันนี้รูป คิวปิด แผลงศรเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักที่ผู้คนมักนิยมใช้กัน และเมื่อศรรักของคิวปิด พุ่งโดนหัวใจหนุ่มสาวคนใดในวันวาเลนไทน์ หนุ่มสาวคนนั้นก็จะออกอาการ &#8220;สติวปิ้ด&#8221; จากศรรักของคิวปิด ขึ้นมาทันที อาการนี้จะเห็นได้จากการส่งดอกกุหลาบสีแดง ส่งช็อคโกแล็ต การส่งบัตรอวยพรและอื่นๆ อีกครับ หมายเหตุท้ายบท : &#8220;สติวปิ้ด&#8221; เป็นภาษาอังกฤษแปลว่า &#8220;โง่&#8221; ครับ เหมือนคำบางคำที่เราอาจเคยได้ยินว่า &#8220;ความรักบางครั้งก็ทำให้คนตาบอด และ มองไม่เห็นข้อบกพร่องของคนที่เรารัก&#8221;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://stories.unseencorner.com/2010/02/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ของขวัญ วันวาเลนไทน์</title>
		<link>http://stories.unseencorner.com/2010/02/%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%8d-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b9%8c/</link>
		<comments>http://stories.unseencorner.com/2010/02/%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%8d-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b9%8c/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 10 Feb 2010 17:27:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ฌ.เฌอ</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรัก]]></category>
		<category><![CDATA[รัก]]></category>
		<category><![CDATA[วันวาเลนไทน์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://stories.unseencorner.com/?p=327</guid>
		<description><![CDATA[จะกี่ยุคกี่สมัย "ดอกกุหลาบ" ก็ยังครองแชมป์ของขวัญยอดฮิตวันวาเลนไทน์ โดยเฉพาะ "กุหลาบสีแดง" สาวคนไหนได้รับ มีแต่จะยิ้มแก้มปริ และยอมเปิดหัวใจให้หนุ่มๆ เข้ามานอนกลิ้งเกลือกไม่โยเย!! ถ้าเป็นหนุ่มจริงใจ...รักจริงหวังแต่ง ไม่เจ้าชู้ มักจะเลือก "กุหลาบสีขาว" แทนคำบอกรัก สื่อถึงความบริสุทธิ์และจริงใจสุดๆ ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft size-full wp-image-328" title="ของขวัญ" src="http://stories.unseencorner.com/wp-content/uploads/2010/02/1234847566.jpg" alt="ของขวัญ" width="400" height="300" /></p>
<p><strong>กุหลาบ</strong></p>
<p><span style="color: #800080;">จะกี่ยุคกี่สมัย &#8220;ดอกกุหลาบ&#8221; ก็ยังครองแชมป์ของขวัญยอดฮิตวันวาเลนไทน์ โดยเฉพาะ <strong>&#8220;กุหลาบสีแดง&#8221;</strong> สาวคนไหนได้รับ มีแต่จะยิ้มแก้มปริ และยอมเปิดหัวใจให้หนุ่มๆ เข้ามานอนกลิ้งเกลือกไม่โยเย!! ถ้าเป็นหนุ่มจริงใจ&#8230;รักจริงหวังแต่ง ไม่เจ้าชู้ มักจะเลือก <strong>&#8220;กุหลาบสีขาว&#8221;</strong> แทนคำบอกรัก สื่อถึงความบริสุทธิ์และจริงใจสุดๆ<br />
</span><br />
ถ้ามีหนุ่มคนไหนให้ <strong>&#8220;กุหลาบสีชมพู&#8221;</strong> แปลว่า เขากำลังหัวใจพองโต มองเห็นอะไรเป็นสีชมพูไปหมด แต่ถ้าได้<strong> &#8220;กุหลาบสีเหลือง&#8221;</strong> วันวาเลนไทน์ ก็ไม่ต้องงงนะคะ หนุ่มคนนั้นแค่อยากบอกว่า คุยกับคุณถูกคอจัง อยากสานต่อ เผื่อจะคลิกเปลี่ยนจากเพื่อนเป็นแฟน</p>
<p>แต่ไม่ว่าจะเป็นกุหลาบสีอะไร ถ้าเขาให้ กุหลาบตูม แก่คุณนั่นหมายความว่าความรักกำลังเริ่มต้นเหมือน  ความเยาว์วัยของหนุ่มๆ สาวๆ แต่ถ้าให้ดอกกุหลาบบาน หมายถึง ความรักที่กำลังเบ่งบาน ความอ่อนหวาน สดชื่น</p>
<p align="left"><strong> ดอกไม้อื่นๆ </strong></p>
<p>ดอกไม้อื่นๆ ที่นิยมให้คนรักนอกจากดอกกุหลาบ แล้ว ก็มีดอกคาร์เนชั่น ดอกลิลลี่ ดอกทิวลิป ดอกไวโอเล็ต ซึ่งความหมายของการให้ดอกไม้เหล่านี้ คือ ถ้าให้ ….</p>
<p><span style="color: #0000ff;">ดอกคาร์เนชั่นสีแดง หมายถึง รักอย่างสุดซึ้ง</p>
<p>ดอกลิลลี่สีขาว หมายถึง ความโรแมนติก อ่อนหวานระหว่างคุณและคนรัก</p>
<p>ดอกทิวลิปสีแดง หมายถึง ความรักที่จะร่วมฟันฝ่าไปด้วยกัน</p>
<p>ดอกไวโอเล็ต ที่แทนความหมายของการให้รักตอบแทน</span></p>
<p align="left"><strong> ช็อกโกแลต<br />
</strong><br />
นักจิตวิทยาหลายคนเชื่อว่า ช็อกโกแลตเป็นตัวช่วยเสริมอารมณ์รัก และรสชาติความหวานก็เป็นสิ่งที่แทนความรู้สึกวันแห่งความรักได้อย่างดี และยังมีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่าในช็อกโกแลตมีสารช่วยกระตุ้นสมองโดยออก ฤทธิ์คล้ายแอมเฟตามีน เป็นตัวเบิกทางความรู้สึกลึก ๆ แห่งรักได้ดี</p>
<p>อย่างไรก็ตาม การให้ช็อกโกแลตก็สามารถบ่งบอกนิสัยใจคอผู้ให้ได้ด้วย ถ้าให้&#8230;</p>
<p><span style="color: #800080;">&#8220;ช็อกโกแลตมินต์&#8221; แสดงว่า เป็นคนเปิดเผย ตรงไปตรงมา และมีความคิดสร้างสรรค์</p>
<p>&#8220;ช็อกโกแลตนม&#8221; เป็นคนโรแมนติก คุยสนุก แต่ชอบทำตัวเด่น</p>
<p>&#8220;ช็อกโกแลตสอดไส้&#8221; เป็นคนปาร์ตี้ ชอบสังคม ใจดี</p>
<p>&#8220;ดาร์ค ช็อกโกแลต&#8221; หมายความว่า คุณเจอคนใจร้อนเข้าแล้ว ประเภทรักง่ายติดไฟเร็วซะงั้น<br />
</span></p>
<p align="left">
<strong> จิวเวลรี่<br />
</strong><br />
ไม่ว่าสาวคนไหนก็หลอมละลายทั้งนั้น ถ้ามีหนุ่มมาซื้อเพชร หรือจิวเวลรี่ให้เป็นของขวัญวาเลนไทน์ เพราะจะมีใครกล้าทุ่มทุนสร้างขนาดนี้ ถ้าไม่ได้รักจริงหวังแต่ง (ไม่นับพวกเสี่ยบุญทุ่ม)!! หนุ่มคนไหนกำลังมองหาของขวัญล้ำค่าประกายระยิบระยับแทนคำบอกรัก</p>
<p><span style="color: #0000ff;">ขอ แนะนำให้เลือกเครื่องประดับเพชร หรือมุก เพราะสื่อถึงความอมตะ บริสุทธิ์ และรักนิรันดร์&#8230;ความหมายโดนใจมั่กๆ … และถ้ามีสลักคำว่า LOVE บนจิวเวลลี่ยิ่งโดนสุดๆ &#8230;ว้าวๆๆ!!</p>
<p></span></p>
<p align="left">
<strong> การ์ด</strong></p>
<p>อันนี้เป็นของจําเป็นควบคู่ไปกับดอกไม้ และช็อกโกแลต เลือกตามแบบที่ชอบ เขียนความในใจตามแบบที่อยากให้คนที่ได้รับอ่านแล้วเข้าใจในทันที แถมหาซื้อไม่ยากด้วย</p>
<p align="left">
<strong> ตุ๊กตา<br />
</strong><br />
<span style="color: #800080;">เป็น สิ่งที่ให้กันได้ทุกเทศกาลอยู่แล้ว แต่พิเศษสําหรับวันแห่งความรักคงต้องเลือกสรรให้น่ารัก น่าประทับใจแทนความหมายได้ทุกอารมณ์แล้วแต่คุณจะหยิบแบบไหน</p>
<p></span></p>
<p align="left">
<strong> เทียนหอม</strong></p>
<p><strong> มาแรงในหมู่หนุ่มสาวชาวไทย ที่สื่อได้ทั้งความหมายจากรูปทรงหัวใจ</strong> และให้กลิ่นหอมชวนหลงใหลตามแต่ใครจะเลือกได้ถูกใจอีกฝ่ายแค่ไหน</p>
<p align="left"><strong> มื้อค่ำ<br />
</strong></p>
<p align="left"><span style="color: #0000ff;"><span style="color: #000000;">ขาด ไม่ได้เลยสำหรับมื้อพิเศษในวันแห่งความรัก ไม่ว่าจะเป็นสถานที่แบบไหน ในบ้าน ร้านอาหาร หรือริมทะเล แต่ขอให้มีแต่คุณและคนรักไปกันสองคนก็แล้วกัน<br />
</span></p>
<p><span style="color: #000000;"> </span></span><br />
ข้อมูลจาก<br />
<a href="http://www.thairath.co.th/news.php?section=society&amp;content=36410" class="broken_link"  target="_blank"><img src="http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/imghilight4/logo/thairath.jpg" border="0" alt="" width="130" height="44" /></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://stories.unseencorner.com/2010/02/%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%8d-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ตำนาน ดอกกุหลาบ</title>
		<link>http://stories.unseencorner.com/2010/02/%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%9a/</link>
		<comments>http://stories.unseencorner.com/2010/02/%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%9a/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 10 Feb 2010 17:23:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ฌ.เฌอ</dc:creator>
				<category><![CDATA[Forward Mail]]></category>
		<category><![CDATA[ความรัก]]></category>
		<category><![CDATA[ดอกกุหลาบ]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://stories.unseencorner.com/?p=323</guid>
		<description><![CDATA[กุหลาบเป็นดอกไม้ที่นิยมปลูกไว้ชื่นชมมาแต่โบราณ ประมาณกันว่ากุหลาบเกิดขึ้นเมื่อกว่า 70 ล้านปีมาแล้ว เคยมีการค้นพบฟอสซิลของกุหลาบใน รัฐโคโลราโด และ รัฐโอเรกอน ประเทศสหรัฐอเมริกา และได้พิสูจน์ว่ากุหลาบป่าเป็นพืชที่มีอายุถึง 40 ล้านปี แต่กุหลาบป่าสมัยโลกล้านปีนี้ มีรูปร่างหน้าตาไม่เหมือนกุหลาบสมัยนี้ เนื่องจากมนุษย์ได้นำเอากุหลาบป่ามาปลูกและผสมพันธุ์ ขยายพันธุ์เป็นพันธุ์ต่างๆ มากมาย]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<table border="0">
<tbody>
<tr>
<td>
<h3><span id="bf"><img class="alignleft size-full wp-image-324" title="กุหลาบ" src="http://stories.unseencorner.com/wp-content/uploads/2010/02/34883194853.jpg" alt="กุหลาบ" width="370" height="400" />กุหลาบ</span>เป็นดอกไม้ที่นิยมปลูกไว้ชื่นชมมาแต่โบราณ  			ประมาณกันว่ากุหลาบเกิดขึ้นเมื่อกว่า 70 ล้านปีมาแล้ว เคยมีการค้นพบฟอสซิลของกุหลาบใน  			รัฐโคโลราโด และ รัฐโอเรกอน ประเทศสหรัฐอเมริกา และได้พิสูจน์ว่ากุหลาบป่าเป็นพืชที่มีอายุถึง  			40 ล้านปี แต่กุหลาบป่าสมัยโลกล้านปีนี้ มีรูปร่างหน้าตาไม่เหมือนกุหลาบสมัยนี้  			เนื่องจากมนุษย์ได้นำเอากุหลาบป่ามาปลูกและผสมพันธุ์ ขยายพันธุ์เป็นพันธุ์ต่างๆ  			มากมาย</h3>
<h3>ความจริงแล้วกำเนิดของกุหลาบหรือกุหลาบป่านี้มีเฉพาะในแถบบริเวณเหนือเส้นศูนย์สูตรของโลกเท่านั้น  			คือกำเนิดในภาคกลางของทวีปเอเชีย แล้วแพร่ขยายพันธุ์ไปตลอดซีกโลกเหนือ  			ไม่ว่าจะเป็นแถบที่มีอากาศหนาวจัดอย่าง อาร์กติก อลาสก้า ไซบีเรีย หรือแถบอากาศร้อนอย่าง  			อินเดีย แอฟริกาเหนือ แต่ในบริเวณแถบใต้เส้นศูนย์สูตรอย่างทวีปออสเตรเลีย  			หรือเกาะต่างๆ ในมหาสมุทรรวมทั้งแอฟริกาใต้ ไม่เคยมีปรากฏว่ามีกุหลาบป่าเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเลย</h3>
<h3>ตามประวัติศาสตร์เล่าว่า กุหลาบป่าถูกนำมาปลูกไว้ในพระราชวังของจักรพรรดิจีน ในสมัยราชวงศ์ฮั่นราว 5,000 ปีมาแล้ว ขณะที่อียิปต์เองก็ปลูกกุหลาบเป็นไม้ดอก ส่งไปขายให้แก่ชาวโรมัน ชาวโรมันเป็นชาติที่รักดอกกุหลาบมากถึงจะสั่งซื้อจากประเทศอียิปต์แล้ว ยังลงทุนสร้างเนอร์สเซอรี่ขนาดใหญ่สำหรับปลูกดอกกุหลาบอีกด้วย สำหรับชาวโรมันแล้วเรียกได้ว่าดอกกุหลาบมีความสำคัญกับชีวิตประจำวัน เพราะชาวโรมันถือว่าดอกกุหลาบเป็นสัญลักษณ์ของความรัก ซึ่งเป็นทั้งของขวัญ เป็นดอกไม้สำหรับทำเป็นมาลัยต้อนรับแขก เป็นดอกไม้สำหรับงานเฉลิมฉลองต่างๆ ใช้เป็นส่วนประกอบสำหรับทำขนม ทำไวน์ ส่วนน้ำมันกุหลาบยังใช้ทำเป็นยาได้อีกด้วย</h3>
<h3>กุหลาบถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักและความโรแมนติก ซึ่งมีบางตำนานเล่าว่า ดอกกุหลาบเป็นเสมือนเครื่องหมายแทนการกำเนิดของ เทพธิดาวีนัส ซึ่งเป็นเทพแห่งความงาม และความรัก วีนัสเป็นที่รู้จักกันในชื่อ อโฟรไดท์ ในตำนานเทพของกรีกได้กล่าวไว้ว่า น้ำตาของเธอหยดลงปะปนกับเลือดของ อคอนิส คนรักของเธอที่ถูกหมูป่าฆ่า เลือดและน้ำตาหยดลงสู่พื้นแล้วกลายเป็นดอกไม้สีแดงเข้มหรือดอกกุหลาบนั่นเอง แต่บางตำนานก็เล่าว่าดอกกุหลาบเกิดจากเลือดของ อโฟรไดท์ เองที่หยดลงสู่พื้น เมื่อเธอแทงตัวเองด้วยหนามแหลม</h3>
<h3><span id="bf">บาง</span>ตำนานกล่าวว่ากุหลาบเกิดจากการชุมนุมของบรรดาทวยเทพ  			เพื่อประทานชีวิตใหม่ให้กับนางกินรีนางหนึ่ง ซึ่งเทพธิดาแห่งบุปผาชาติ  			หรือ คลอริส บังเอิญไปพบนางนอนสิ้นชีพอยู่ ในตำนานนี้กล่าวว่า อโฟรไดท์  			เป็นเทพผู้ประทานความงามให้ มีเทพอีกสามองค์ประทานความสดใส เสน่ห์ และความน่าอภิรมย์  			และมี เซไฟรัส ซึ่งเป็นลมตะวันตกได้ช่วยพัดกลุ่มเมฆ เพื่อเปิดฟ้าให้กับแสงของเทพ  			อพอลโล หรือแสงอาทิตย์ส่องลงมาเพื่อประทานพรอมตะ จากนั้น ไดโอนีเซียส เทพเจ้าแห่งเหล้าองุ่นก็ประทานน้ำอมฤต  			และกลิ่นหอม เมื่อสร้างบุปผาชาติดอกใหม่นี้ขึ้นมาได้แล้ว เทพทั้งหลายก็เรียกดอกไม้ซึ่งมีกลิ่นหอมและทรงเสน่ห์นี้ว่า  			Rosa จากนั้น เทพธิดาคลอริส ก็รวบรวมหยดน้ำค้างมาประดับเป็นมงกุฎ เพื่อมอบให้ดอกไม้นี้เป็นราชินีแห่งบุปผาชาติทั้งมวล  			จากนั้นก็ประทานดอกกุหลาบให้กับเทพ อีโรส ซึ่งเป็นเทพแห่งความรัก กุหลาบจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความรัก  			แล้วเทพ อีโรส ก็ประทานกุหลาบนี้ให้แก่ ฮาร์โพเครติส ซึ่งเป็นเทพแห่งความเงียบ  			เพื่อที่จะเก็บซ่อนความอ่อนแอของทวยเทพทั้งหลาย ดอกกุหลาบจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความเงียบและความเร้นลับอีกอย่างหนึ่ง</h3>
<h3>กุหลาบกลายเป็นของขวัญ ของกำนัลสำหรับการแสดงความรัก และมักจะมีผู้เปรียบเทียบความงามของผู้หญิงเป็นเสมือนดอกกุหลาบ  			และผู้หญิงคนแรกในประวัติศาสตร์โลกที่ได้รับสมญาว่าเป็นผู้หญิงงามเสมือนดอกกุหลาบคือ  			พระนางคลีโอพัตรา ซึ่งพระนางยังได้เคยต้อนรับ มาร์ค แอนโทนี คนรักของพระนาง  			ในห้องซึ่งโรยด้วยดอกกุหลาบหนาถึง 18 นิ้ว หอมฟุ้งไปด้วยกลิ่นกุหลาบ</h3>
</td>
<td style="width: 90px; text-align: center;"></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h1>ตำนานดอกกุหลาบในเมืองไทย</h1>
<table style="width: 75%;" border="0">
<tbody>
<tr>
<td>
<h3><span id="bf">กุหลาบ</span>มาจากคำว่า  	&#8220;คุล&#8221; ในภาษาเปอร์เชีย แปลว่า &#8220;สีแดง ดอกไม้ หรือดอกกุหลาบ&#8221; และเข้าใจว่าจากเปอร์เซียได้แพร่เข้าไปในอินเดีย  	เพราะในภาษาฮินดีมีคำว่า &#8220;คุล&#8221; แปลว่า &#8220;ดอกไม้&#8221; และคำว่า &#8220;คุลาพ&#8221; หมายถึงกุหลาบอย่างที่ไทยเราเรียกกัน  	แต่ออกเสียงเป็น &#8220;กุหลาบ&#8221;  ส่วนคำว่า &#8220;Rose&#8221; ในภาษาอังกฤษนั้นมาจากคำว่า  	&#8220;Rhodon&#8221; ที่แปลว่ากุหลาบในภาษากรีก</h3>
<h3>กุหลาบเข้ามาเมืองไทยสมัยใดไม่ทราบแน่ชัด แต่จากบันทึกของ ลา ลูแบร์ ราชทูตฝรั่งเศสในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช  	บันทึกไว้ว่าได้เห็นกุหลาบที่กรุงศรีอยุธยา และที่แน่นอนอีกแห่งก็คือ ในกาพย์ห่อโคลงนิราศธารโศกสมัยกรุงศรีอยุธยา  	ซึ่งเป็นพระนิพนธ์ของเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์ กล่าวถึงกุหลาบไว้ว่า</h3>
<div style="text-align: center;">
<table style="width: auto;" border="0">
<tbody>
<tr>
<td>
<h3 style="white-space: nowrap;">กุหลาบกลิ่นเฟื่องฟุ้ง<br />
หอมรื่นชื่นชมสอง<br />
นึกกระทงใส่พานทอง<br />
หยิบรอจมูกเจ้า</h3>
</td>
<td style="width: 15px;"></td>
<td>
<h3 style="white-space: nowrap;">เนืองนอง<br />
สังวาส<br />
ก่ำเก้า<br />
บ่ายหน้าเบือนเสีย</h3>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<h3>สำหรับตำนานดอกกุหลาบของไทยเล่ากันว่า เป็นบทละครพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่  	6 เรื่อง มัทนะพาธา ในเรื่องเล่าถึงเทพธิดาองค์หนึ่งชื่อ &#8220;มัทนา&#8221; ซึ่งนางได้มีเทพบุตรองค์หนึ่งชื่อ  	&#8220;สุเทษณะ&#8221; ซึ่งพระองค์ทรงหลงรักเทพธิดา &#8220;มัทนา&#8221; มากแต่นางไม่มีใจรักตอบ  	จึงถูกสาบให้ไปเกิดเป็นดอกกุหลาบ จึงกลายเป็นตำนานดอกกุหลาบแต่นั้นมา</h3>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h1>กุหลาบขาว กับ กุหลาบแดง สีไหนเกิดก่อน ?</h1>
<table style="width: 75%;" border="0">
<tbody>
<tr>
<td>
<h3><span id="bf">มี</span>หลายตำนานเล่าถึงการเกิดกุหลาบสีขาวและกุหลาบสีแดงไว้แตกต่างกัน  	ตำนานหนึ่งเล่าว่า กุหลาบขาว เกิดขึ้นก่อน กุหลาบแดง เดิมทีมีนกไนติงเกลตัวหนึ่งมาหลงรักเจ้าดอกกุหลาบขาวแสนสวย  	ขณะที่มันกำลังจะโอบกอดดอกกุหลาบด้วยความรักนั้นเอง หนามกุหลาบก็ทิ่มแทงที่หน้าอกของมัน  	หยดเลือดของเจ้านกไนติงเกลเลยทำให้ดอกกุหลาบสีขาวกลายเป็นสีแดง เลยมีดอกกุหลาบสีแดงนับแต่นั้นเป็นต้นมา  	ส่วนอีกตำนานหนึ่งก็เล่าว่ากุหลาบสีแดงใน สวนอีเดน เกิดจาการจุมพิตของ  	อีฟ เจ้าดอกกุหลาบขาวที่หญิงสาวจุมพิต เลยเกิดอาการขวยเขินจึงเปลี่ยนเป็นสีแดง</h3>
<h3>นอกจากนี้ ความหมายของความรักในศาสนาคริสต์ ถือว่ากุหลาบสีขาวแทนความบริสุทธิ์ของ  	พระแม่มาเรีย และกุหลาบสีแดงเกิดจากหยาดพระโลหิตของ พระเยซูเจ้า เมื่อถูกสวมมงกุฎหนาม  	มันจึงเป็นสัญลักษณ์ของผู้ประกาศศาสนาที่พลีชีพเพื่อพระผู้เป็นเจ้า</h3>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h1>สีกุหลาบสื่อความหมาย</h1>
<table style="width: 75%;" border="0">
<tbody>
<tr>
<td>
<h3><span id="bf">ใน</span>วันวาเลนไทน์ ซึ่งเป็นวันแห่งความรัก ดอกกุหลาบถือเป็นสัญลักษณ์ และของกำนัลของวันนี้  	ดังนั้นเวลาที่คิดจะให้ดอกกุหลาบแก่ใครสักคน เราก็น่าจะรู้ความหมายของสีอันเป็นสื่อความหมายของดอกกุหลาบไว้บ้างก็น่าจะดี  	ซึ่งก็จะมีความดังนี้</h3>
<ul>
<li>สี แดง สื่อความหมายถึง ความรักและความปรารถนา เป็นดอกไม้ของกามเทพ คิวปิด และอีรอส เป็นสิ่งนำโชคนำความรักมาให้แก่หญิงหรือชายที่ได้รับ</li>
<li>สีชมพู สื่อความหมายถึง ความรักที่มีความสุขอย่างสมบูรณ์</li>
<li>สีขาว สื่อความหมายถึง ความมีเสน่ห์ ความบริสุทธิ์ มิตรภาพ และความสงบเงียบ และนำโชคมาให้แก่หญิงหรือชายเช่นเดียวกับกุหลาบแดง</li>
<li>สีเหลือง สื่อความหมายถึง เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเสมอนะ</li>
<li>สีขาวและแดง สื่อความหมายถึง ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน</li>
<li>กุหลาบตูม สื่อความหมายถึง ความงามและความเยาว์วัย</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h1>ช่อกุหลาบสื่อความหมาย</h1>
<table style="width: 85%;" border="0">
<tbody>
<tr>
<td>
<h3><span id="bf">จำนวน</span>ดอก กุหลาบในช่อก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สื่อความหมายได้เช่นกัน และในวันวาเลนไทน์หรือวันไหนๆ ถ้าคุณได้ช่อดอกกุหลาบจากใครสักคน เค้าคนนั้นอาจกำลังต้องการสื่อความหมายอะไรบางอย่างให้คุณรู้ก็เป็นได้</h3>
<table border="0">
<tbody>
<tr>
<td>
<h3 style="white-space: nowrap; text-align: center;"><strong>จำนวนดอกกุหลาบ</strong><br />
1<br />
2<br />
3<br />
7<br />
9<br />
10<br />
11<br />
12<br />
13<br />
15<br />
20<br />
21<br />
36<br />
40<br />
99<br />
100<br />
101<br />
108<br />
999</h3>
</td>
<td>
<h3 style="white-space: nowrap;"><strong>ความหมาย</strong><br />
รักแรกพบ<br />
แสดงความรู้สึกที่ดีให้กัน<br />
ฉันรักเธอ<br />
คุณทำให้ฉันหลงเสน่ห์<br />
เราสองคนจะรักกันตลอดไป<br />
คุณเป็นคนที่ดีเลิศ<br />
คุณเป็นสมบัติชิ้นที่มีค่าชิ้นเดียวของฉัน<br />
ขอให้เธอเป็นคู่ของฉันเพียงคนเดียว<br />
เพื่อนแท้เสมอ<br />
ฉันรู้สึกเสียใจจริงๆ<br />
ฉันมีความจริงใจต่อเธอ<br />
ชีวิตินี้ฉันมอบเพื่อเธอ<br />
ฉันยังจำความหลังอันแสนหวาน<br />
ความรักของฉันเป็นรักแท้<br />
ฉันรักเธอจนวันตาย<br />
ฉันอุทิศชีวิตนี้เพื่อเธอ<br />
ฉันมีคุณเพียงคนเดียวเท่านั้น<br />
คุณจะแต่งงานกับฉันไหม<br />
ฉันจะรักคุณจนวินาทีสุดท้าย</h3>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://stories.unseencorner.com/2010/02/%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%9a/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

